Emotion Harmony Program

Emotion Harmony Program

โปรแกรมนี้จะโยง “ปัญหาของใบหน้าคุณ” เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้มลึก ริ้วรอย เปลี่ยนมาสู่ “อารมณ์ของใบหน้าที่คุณกังวล” เช่น ใบหน้าแลดูเหนื่อยล้า ใบหน้าดูดุตลอดเวลา แลดูเศร้า หรือแลดูหย่อนคล้อยไม่เฟิร์มสดชื่นเหมือนเคย เพื่อเเก้ไขให้ใบหน้าโดยรวมให้แลดูสดชื่นขึ้น ดูใจดี Friendly ขึ้น ดูกระชับแข็งแรงขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศัลยแพทย์ตกแต่งให้ข้อสรุปว่า การเเก้ไขด้วยวิธีนี้จะเพิ่มความพึงพอใจให้คนไข้อย่างมาก เเละทําให้ผลลัพธ์ไม่ดูปลอม ไม่ผิดสังเกตุ และแลดูเป็นธรรมชาติ 

โปรแกรมนี้ใช้สารเติมเต็ม (Hyaluronic acid : HA) ที่ทดแทน ชั้นกระดูก และชั้นไขมัน ที่เล็กลงหรือทรุดลงตามวัย ที่ทําให้ใบหน้าคุณดูหย่อนคล้อย เกิดเป็นใบหน้าที่สื่ออารมณ์เหนื่อยล้า หน้าดุ หน้าแลดูเศร้า โปรแกรมนี้ คุณหมอตั้งใจทำให้ใบหน้าของคุณดูดีขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติที่สุด

*สารเติมเต็ม (Hyaluronic acid : HA) เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นสารที่ร่างกายเราผลิตขึ้นมาเพื่อมอมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างธรรมชาติอยู่แล้ว จึงพบคนไข้ที่แพ้สารเติมเต็มนี้ได้น้อยมากๆ และสารนี้จะสลายตัวเองตามธรรมชาติ ขึ้นกับความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์ 

เป้าหมาย คือ การปรับ “อารมณ์ของใบหน้าที่คุณกังวล (อารมณ์ลบ) ” ให้น้อยลง เพื่อให้กลายเป็นอารมณ์บวกมากขึ้น

  1. แลดูเหนื่อย โทรม เปลี่ยนให้สดใสขึ้น สดชื่นขึ้นเหมือนคุณได้พักผ่อนเพียงพอ
    (ปัญหา : ใต้ตาลึกมีถุงใต้ตา หน้าเเก้มทรุด ขมับตอบ เเก้มตอบ โหนกเเก้มเด่น คิ้วตก ริ้วรอยตีนตาชัด) 
  2. หน้าดูดุตลอดเวลา เเละไม่น่าเข้าหา เปลี่ยนให้แลดูใจดี และน่าเข้าหามากขึ้น
    (ปัญหา : ริ้วรอยขมวดคิ้วตลอดเวลา รอยย่นระหว่างคิ้ว เส้นหน้าผากชัด คิ้วตก มุมปากคว่ำ คางเกร็งพับขึ้น กรามใหญ่) 
  3. แลดูหย่อนคล้อย แลดูมีอายุไม่เฟิร์มไม่สดชื่นเหมือนเคย เปลี่ยนให้แลดูอ่อนเยาว์ลง สุขภาพดีขึ้น สดชื่นขึ้น
    (ปัญหา : ร่องเเก้มชัด-ร่องนํ้าหมากชัดมีผิวที่พับ ใบหน้าตรงกลาง หน้าดูแบนขาดความโค้งมนอิ่มฟูของวัยเยาว์ แก้มหย่อนคล้อยกรอบหน้าไม่คมชัด มีกระเปาะเเก้ม มีคางสองชั้น/เหนียง เพราะหย่อนคล้อย ) 
  4. แลดูเศร้า ดูหม่นหมองไม่มีความสุข เปลี่ยนให้ใบหน้ามีความสุขมากขึ้น
    (ปัญหา : หางตาตก-หางคิ้วตก ร่องเเก้มลึก เเก้มตอบทำให้ใบหน้าดูซูบตอบ ไม่สดใส มุมปากตกใบหน้าดูเศร้าสร้อย) 

โปรแกรม Emotion Harmony ถูกออกแบบโดยหมอนํ้าทิพย์ หมอวิน และทีมเเพทย์ รีไลส์ คลินิก (Relise clinic)  ที่ดูแลคนไข้มาเเล้วมากกว่า 20,000 เคส ดูแลคนไข้อายุน้อยสุด 16 ปี อายุมากสุด 84 ปี  และอ้างอิงจากงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศัลยแพทย์ตกแต่ง (Mauricio de Maio, M.D.)

คุณหมอมั่นใจเรื่องการใช้สารเติมเต็มมาก เพราะเห็นผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติตั้งแต่หลังทำ แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
ใน 1 เคสที่เติมมากสุด 20cc ใน ครั้งเดียว โดยคนไข้บอกว่าแลดูอายุน้อยลงไป 15 ปี

การทํางานของโปรแกรม 

คุณหมอจะฉีดสารเติมเต็มเข้าไป บริเวณเหนือชั้นกระดูกเพื่อหนุนเส้นเอ็นหลักยกใบหน้า เพื่อยกกระชับ Lifting ส่วนที่หย่อนคล้อย โดยจะเห็นผลลัพธ์ทันทึหลังทํา และเติมเต็มในบางบริเวณที่คุณขาดเฉพาะบุคคล

  • เพียงนอนบนเตียงประมาณ 10-20 นาที เพื่อทำหัตถการ หลังทำจะมีความเเดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด อาจจะมีความระบมเล็กน้อยในช่วง 1 อาทิตย์เเรก
  • เห็นผลทันทีเลย จะกลืนกับผิวเต็มที่ 1-3 เดือน
  • ตัวยามีผสมยาชาในตัวทำให้ ตอนทำหัตถการรู้สึกเจ็บเล็กน้อยมากๆ เจ็บลักษณะทื่อๆ เเต่มีบริการ มาร์คยาชาให้ฟรี ก่อนทําทุกเคส เพื่อให้เจ็บน้อยที่สุดเท่าที่ทําได้ ความเจ็บอยู่ประมาณ 1 เต็ม 10 คะแนน
  • ยาในตลาดมีหลายประเภท เเละบางตัวไม่สามารถสลายได้เมื่อเกิดปัญหาจนเป็นข่าว เเต่ตัวนี้มียาที่สลายได้ทําให้ปลอดภัยเป็นอย่างมาก

คนไข้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มที่อื่นๆ มักมีปัญหาว่า 

(1) ผลลัพธ์ไม่ได้อย่างที่ต้องการ

  • รู้สึกไม่เเก้ปัญหาที่ต้องการ/รู้สึกไม่สวยเเบบที่คิดไว้ เช่น เเก้ร่องเเก้มเเล้วไม่เห็นดูดีเลย ร่องเเก้มอูมคล้อยตก ยิ้มแล้วไม่สวย หรือยังเห็นร่องแก้มชัดอยู่ (เพราะไม่ได้เเก้เเบบองค์รวม)
  • รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ผิดสัดส่วน บวม หรือเป็นก้อน เช่น ทําไปเเล้วหน้าบวมล้น ลืมตาแล้วเห็นแก้มล้นมาบัง (เพราะไม่ได้เเก้จากการยกหน้า Lifting หนุนเส้นเอ็นยกหน้าก่อน ทําให้ไม่เป็นธรรมชาติ)

(2) หลังเติมไปมีปัญหา
บวมขึ้น ปูด หรือเป็นก้อนขึ้นมา เช่น เติมเเล้วอยู่ดีๆใต้ตาก็ปูดขึ้นมา สลายไม่ได้ถ้าเกิดปัญหา (เพราะตัวยาไม่ผ่านมารตฐาน) และคลินิกนั้นไม่ดูแลทิ้งคนไข้ หรือคนไข้เองไม่วางใจให้ดูแลจึงมาให้ รีไลส์ คลินิก ช่วยดูแลให้

3 กุญแจสำคัญ ที่คุณหมอพัฒนาเทคนิค Emotion Harmony ขึ้นมาจากงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้เข้าใจคนไข้ ถึงปัญหาที่ต้องการเเก้ไขจริงๆ โดยใช้วิธีการเเก้ปัญหาได้เเบบองค์รวม เช่น กังวลร่องเเก้ม หมายความว่าคนไข้อาจกังวลว่าใบหน้าแลดูมีอายุทั้งใบหน้า คุณหมอเลยไม่ได้เเก้เเค่ร่องเเก้ม เเต่ช่วยเเก้ความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้า เพื่อทําให้ทั้งใบหน้าของคนไข้ที่เราดูแลดูดีขึ้น ทําให้คนไข้มั่นใจขึ้น 

  1. คุณหมอเรียงลําดับการเเก้ไขปัญหา ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ เเละใช้ปริมาณยาน้อยเเต่เห็นผลมาก โดยการใช้สารเติมเต็มเพื่อยกกระชับ หรือ “Filler Lifting” เทคนิค เพื่อเป็นคานในการยกส่วนที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นมาสดใส เช่น การลิฟติ้งบริเวณแก้ม สามารถลดร่องเเก้ม ร่องนํ้าหมาก และทำให้ใต้ตาตื้นขึ้นได้ ทําให้คุณหมอใช้ยาปริมาณน้อยลงเพื่อเเก้ร่องเเก้มภายหลัง 
  2. การเติมเต็มเป็น “Layer” ครั้งละ 4(-6 cc) เพื่อให้ผลลัพธ์ชัด โดยเริ่มจากบริเวณลิฟติ้ง เพราะปริมาณนี้เป็นขั้นตํ่า เพื่อให้ได้เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าในเเบบที่เห็นด้วยตาเปล่า เเละปริมาณนี้ไม่มากไป จนทําให้รู้สึกล้น หรือระบมเกินไป 
  3. คุณหมอจะวางแผนการรักษาทั้งใบหน้าให้ด้วยว่าการดูแลทั้งหมดต้องเสริมอะไรบ้าง ตามเป้าหมายเเต่ละบุคคล (Personalized Facial Designs) และวางแผนว่าควรทำอะไรก่อนและหลังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมกันได้อย่างดีที่สุด 

ที่รีไลส์ คลินิก คุณหมอคัดเลือกยา หรือเครื่องมือที่ใช้ภายในคลินิก ต้องมีมาตรฐานสูง ผ่านมารตฐานความปลอดภัยตาม อย.ประเทศไทย (Thai FDA) และมีงานวิจัยจากทั้งในและต่างประเทศรองรับว่าได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการบวม หรือปัญหาอื่นๆ ที่ไม่คาดคิดในอนาคต สารเติมเต็มทุกแบรนด์ในรีไลส์ คลินิก สามารถสลายได้ ทําให้ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงอันตรายใดๆ

เจาะลึกเทคนิคการรักษาแต่ละบริเวณ

  1. ลิฟท์ติ้ง Lifting บริเวณแก้ม และขมับ
    เเก้ปัญหาใบหน้าแลดูโทรม เหนื่อย และหย่อนคล้อย

พออายุมากขึ้น ขมับจะยุบ เเก้มด้านข้างจะตอบขึ้น และเส้นเอ็น (facial ligament) บริเวณโหนกเเก้มจะหย่อน ทําให้หน้าดูย้อย แลดูมีอายุ

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษ คือ เทคนิค ฟิลเลอร์ลิฟติ้ง (Filler Lifting) ใช้สารเติมเต็มรุ่นพิเศษ เพื่อเติมหนุน (Support) ชั้นกระดูกบริเวณเเก้ม 3 จุด เพื่อใช้สารเติมเต็มให้ทําหน้าที่เป็นคาน ยกกระชับเส้นเอ็นสำคัญ เพื่อดึงใบหน้าส่วนที่ล่วงลงตามเเรงโน้มท่วงให้ขึ้นมา จะช่วยลดร่องแก้ม กระเปาะแก้ม กรอบหน้าที่ไม่ชัด ใต้ตาที่ดูลึกให้ยกและฟูขึ้น จะทําพร้อมการลิฟติ้งขมับ เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดมากขึ้น

  1. ขมับตอบ – ทําให้ใบหน้าแลดูโทรม เหนื่อย มีอายุ เเละเศร้า

พออายุมากขึ้นชั้นไขมันขมับจะฟ่อลง เเละกระดูกขมับจะทรุดตัวลง ทําให้ขมับตอบเเละ เห็นโครงกระโหลกชัดมากขึ้น (เหมือนคนที่ผอมซูบ) จึงแลดูมีอายุมากขึ้น และทำให้ หางตา หางคิ้วตก เพราะขมับตัวยึดยุบตัวลง

คุณหมอจะใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ปลอดภัยของขมับเพื่อ 

(1) พยุงยกหางตา หางคิ้วขึ้น ช่วยยกหางตาและคิ้ว ให้ดูสดใส สดชื่นขึ้น

(2) เติมเต็มทําให้ใบหน้าเป็นรูปไข่มากขึ้น ช่วยลดโหนกแก้มเด่นทำให้ใบหน้าละมุน แลดูเด็กลง

  1. แก้มตอบ – ทําให้ใบหน้าแลดูโทรม เหนื่อย และเป็นต้นเหตุของความหย่อนคล้อย

พออายุมากขึ้นชั้นไขมันบริเวรเเก้มด้านข้างหดตัว ทําให้เเก้มดูยุบไป ทําให้ใบหน้าโดยรวม แลดูเหมือนโครงกระโหลก (เหมือนคนที่ผอมซูบ) เลยแลดูโทรม เหนื่อย และการขาดไขมันแก้มตอบ ที่มีหน้าที่ช่วยพยุงผิวบริเวณเเก้ม จึงทําให้เกิดปัญหากระเปาะเเก้มห้อยลงมา และร่องเเก้มตกพับลงมา

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อยกกระชับไขมันบริเวณเเก้มด้านข้างขึ้น ที่ช่วยแก้ปัญหาได้ 2 ส่วน ในการเติมครั้งเดียว

(1) ยกกระชับแก้มขึ้น เพื่อลดร่องแก้มที่พับ ช่วยดึงกระเปาะแก้มที่คล้อยตก แก้ปัญหากรอบหน้าคมชัดขึ้น ทำให้หน้าดูเรียว และผอมลง เพราะคุณหมอเติมเสริม Support เส้นเอ็นที่เป็นต้นเหตุของความย้อยจากด้านข้าง เเละด้านหน้า

(2) เพื่อทั้งเติมเต็มทําให้ใบหน้าอวบอิ่ม ละมุน โหนกเเก้มดูลดลง หน้าเป็นรูปไข่มากขึ้น 

  1. คางสั้น พับ เเละคางถ่อย – ทําให้ใบหน้าดูดุ เหมือนโกรธตลอดเวลา และเป็นต้นเหตุของเหนียง หรือกรอบหน้าที่ไม่คมชัด 

พออายุมากขึ้น กระดูกคางจะทรุดตัวตามวัย ทําให้กล้ามเนื้อคางทํางานหนักขึ้น เพื่อพยุงสมดุลใบหน้า จึงทําให้กล้ามเนื้อคางหดเกร็งมากขึ้น เป็นต้นเหตุของคางสั้น และคางม้วนขึ้น เลยทําให้ “คางยิ่งดูสั้น” กว่าเดิม

  • กล้ามเนื้อคางเกร็งเลยดึงปากลงทําให้ “ปากควํ่า”
  • กล้ามเนื้อคางเกร็งเลย เกิดรอยพับขึ้นระหว่างปากกับคาง เป็นเส้น ทำให้ดูดุอยู่ตลอดเวลา 

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษในการปรับการทำงานของกล้ามเนื้อคางด้วยสารเติมเต็มเนื้อพิเศษ เพื่อใช้สารเติมเต็ม ในการคลายการทํางานของกล้ามเนื้อที่มากเกินไปให้ทํางานลดลง ทําให้คาง คลายเเละม้วยออก ยาวขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ วิธีนี้จะทําให้คางไม่ได้ดูแหลมเกินไป และยังเป็นคางทรงเดิมของคุณที่คลายลง

หลังจากนั้นจะมีการเสริมบริเวณกรอบหน้าด้านล่างเพื่อทดเเทนกระดูกที่ทรุดตัวลง เพื่อทำให้กรอบหน้าดูคมชัดมากขึ้น ช่วยลดเหนียง (ความหย่อนคล้อย) ที่เกิดจากการทรุดตัวของกระดูกคางจะลดลง ทําให้ดูผอมลง เเละกรอบหน้าคมชัดขึ้น 

  1. กรอบหน้า Jawline ไม่ชัด – ทำให้ใบหน้าแลดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

คนไทยส่วยใหญ่จะมีกรอบหน้าไม่ค่อยชัดเเต่เดิม เพราะกระดูกบริเวรกรอบหน้า ไม่ได้ใหญ่เท่าชาวต่างชาติ พออายุมากขึ้น กระดูกกรอบหน้าจะยุปตัวเล็กลง ทําให้กระดูกที่พยุงหน้าให้ดูยกหายไป จึงเกิดปัญหาเเก้มห้อยเเละย้อย เห็นเป็นกระเปาะเเก้ม เเละร่องนําหมาก

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเเก้ปัญหาโดยการเติมเพื่อยกใบหน้าส่วนล่าง (Lower Face Lift) ทดเเทนกระดูกบริเวณกรอบหน้า เพื่อพยุงกรอบหน้า แก้ต้นเหตุของกระเปาะเเก้ม เเละร่องน้ำหมาก โดยยังสามารถทําให้ใบหน้าเล็กลง เพราะถูกยกขึ้นจากด้านหลัง

  1. หน้าเเก้ม (เเก้มส้ม) ใต้ตาลึก ใต้ตาคลํ้า – ทําให้ใบหน้าแลดูโทรม เหนื่อย

พออายุมากขึ้นชั้นไขมันบริเวณหน้าเเก้ม (หรือเเก้มส้ม) จะหดตัว เเละมีการคล้อยลงมาเป็นร่องเเก้ม เพราะกระดูกขมับเเละเเก้มด้านข้างทรุดตัว แรงพยุงผิวจึงลดลง เเละเส้นเอ็นก็ตกลงตาม ทําให้รอบดวงตาดูคล้อย มีถุงใต้ตา หรือใต้ตาลึกหมอง เเละไม่สว่าง

  • กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลงทําให้ “ใต้ตาลึก” จนเป็นเงารอบใต้ตา ทําให้ดู “ใต้ตาหมองคลํ้า”
  • ชั้นไขมันบริเวณใต้ตาจะคล้อยออกมาเป็น “ถุงใต้ตา” เพราะความหย่อนคล้อยบริเวณใต้ตาเอง เเละจากขมับที่หายไป และเส้นเอ็นบริเวณโหนกเเก้มที่หย่อนลง 

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อเเก้ปัญหา ดังนี้ 

(1) เริ่มจากการเเก้ปัญหาความหย่อนคล้อย โดยเเก้ไขขมับตอบ Lifting บริเวณเเก้ม Support หนุนเส้นเอ็นที่หย่อนลง เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างตัวพยุงสำคัญบริเวณใต้ตา เเละหน้าเเก้มขึ้นมา จะช่วยให้หน้าเเก้มฟูขึ้น ร่องเเก้มลดลง เเละถุงใต้ตาที่คล้อยออกมาลดลง

**หลายคนเติมเฉพาะส่วนนี้ก็ดูดีขึ้นเเล้ว ไม่ได้ต้องเติมใต้ตา

(2) เติมเต็มบริเวณหน้าเเก้ม เพื่อทดเเทนไขมันที่ทรุดตัวลงไป 

(3) เติมเต็มบริเวณใต้ตา เพื่อทดเเทนไขมันชั้นตื้นที่หดตัวไป จำเป็นต้องใช้สารเติมเต็มที่เนื้อนิ่มพิเศษ เพื่อป้องกันการเป็นก้อน และเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด คุณหมอจะเติมที่ชั้นนี้ในปริมาณน้อยมาก เน้นการ Support ยกชั้นกระดูกต้นเหตุของปัญหาในชั้นลึกมากที่สุดตาม (1,2)

  1. ร่องเเก้ม – ทําให้ใบหน้าแลดูมีอายุ ดูโทรม และดูเหนื่อยล้า

ร่องแก้มเกิดจาก 2 สาเหตุ
1. ร่องแก้มที่พับ (Fold) เกิดจากไขมันบริเวณแก้มที่คล้อยตกลงมา พออายุมากขึ้น ชั้นไขมันบริเวณหน้าเเก้ม หรือเเก้มส้มจะหดตัว เเละมีการย้อยมาเป็นร่องเเก้ม เพราะความหย่อนคล้อยจาก ผิวด้านข้างที่หายไป (แก้มตอบ) เเละเส้นเอ็นบริเวณโหนกเเก้มที่คล้อยลง 

2.  ร่องแก้มลึก (Line) เกิดกระดูกที่ทรุดเข้าด้านใน กระดูกเเละไขมัน บริเวณข้างจมูกทรุดตัวเข้าให้ด้านใน

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อเเก้ปัญหาเหล่านี้เริ่มจาก 

(1) การเเก้ที่ต้นเหตุของความหย่อนคล้อยก่อน คือ ไขมันหน้าแก้ม แก้มตอบที่หายไป เเละเส้นเอ็นบริเวณแก้มที่หย่อนลง คุณหมอจะเติมตำแหน่งสำคัญที่ช่วยพยุงบริเวณหน้าเเก้มขึ้นมาก่อน จะช่วย ร่องเเก้มลดลง จากหน้าเเก้มที่ฟูและยกขึ้น เเละถุงใต้ตาที่คล้อยลงมาจะลดลงด้วย

(2) การเติมเต็มในชั้นลึกบริเวณกระดูก และชั้นไขมันที่ทรุดตัว ทําให้ร่องเเก้มตื้นขึ้น โดยคุณหมอจะเติมที่ชั้นนี้ในปริมาณน้อยมาก เพื่อให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ

  1. มุมปากคว่ำ ปากบางเล็กลง  – ทําให้ใบหน้าแลดูมีอายุ ดูดุ โทรม และดูเหนื่อยล้า

“มุมปากว่ำ” มุมปากตกลง เพราะกล้ามเนื้อคางที่ทํางานมากขึ้น เเละ ความหย่อนคล้อยจาก เเก้มตอบที่หายไป เเละเส้นเอ็นบริเวณเเก้มที่หย่อนลง เลยทําให้ “ปากคว่ำ” ใบหน้าแลดูเศร้า เเละมีอายุ

ปากบางลง ไม่มีเนื้อปากเท่าเดิม ทําให้แลดูมีอายุ และใบหน้าดูดุขึ้น

คุณหมอใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อเเก้ปัญหา ดังนี้

(1) ใช้สารเติมเต็มในการลดการทํางานของกล้ามเนื้อคางที่มากเกิน  (หน้าที่ดึงมุมปากลงคว่ำ) 

(2) แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากเเก้มตอบที่หายไป และเส้นเอ็นบริเวณเเก้มที่หย่อนลง ให้ยกขึ้นเพื่อให้มุมปากยกขึ้นตามอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ

(3) เพิ่มเนื้อปากให้ดูมีวอลู่มมากขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และลดร่องเล็กที่ริมฝีปากได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

คุณหมอสามารถใช้สารเติมเต็มเนื้อกลางเพื่อจัดทรงให้ปากดูมีทรงมากขึ้น เช่น เติมยกมุมปาก ปากล่างมีทรงลูกเชอรี่เล็กน้อย ให้ดูเป็นทรงนิยมมากขึ้น (ขึ้นกับความชอบแต่ละบุคลล)

โปรแกรม Emotion Harmony อยู่ได้นานเเค่ไหน

ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกใช้เเต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่อยู่ได้ 12 – 24 เดือน (2 ปี) *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูเเลผิวของเเต่ละบุคคล 

ใครที่ห้ามทํา

  • มีประวัติ/ภาวะแพ้รุนแรงหลายชนิด, เเพ้ยาชา ชนิดลิโดเคน (Lidocaine)
  • ในบริเวณที่ทําหัตถการ  มีแผลเปิด /แผลที่ยังปิดไม่สนิท การติดเชื้อ หรือสิวอักเสบรุนแรง 
  • มีประวัติเคยเสริมซิลิโคน หรือเหล็กบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
  • มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน (คีลอยด์) บนผิวหน้า
  • ตั้งครรภ์ / ให้นมบุตร 

Emotion Harmony Program

คือเทคนิคมาตรฐานที่คุณหมอใช้ในการรักษาทุกเคส

โดยมีทางเลือกให้ลูกค้า ว่าต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อไหน ซึ่งทั้ง 3 โปรแกรม คุณหมอพิสูจน์ และใช้กับคนไข้จริงมาเเล้วว่าดีทั้งหมด

มีทั้งหมด 4 โปรเเกรมหลัก 

  1. Elite Layer (USA) Juvederm program

เเนะนําโปรเเกรมนี้มากที่สุด เพราะเป็นโปรแกรมที่แพทย์ความงามใช้กันทั่วโลก เป็นมาตรฐานทอง (Gold standard) ของสารเติมเต็ม มีงานวิจัยรองรับเยอะ พิสูจน์ตัวเองมามากกว่า 20 ปี

  • งานวิจัย : เห็นผลลัพธ์ดี ยาวนานถึง 24 เดือน ของเเบรนด์ USA
  • วิจัยบอกว่าหลังทำหัตถการในปริมาณ 1 layer (เฉลี่ย 4.8cc) บอกว่าตัวเองดูเด็กลงโดยเฉลี่ย 5 ปี 

เหมาะสําหรับคนที่ อยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ไม่มีเวลามากมาทําหัตถการบ่อยๆ อยากทําเเค่ปีละครั้งเพื่อดูเเลตัวเอง

  1. Pro Layer (French + USA) program

ใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ USA และ ฝรั่งเศษ French ที่นิยมมากในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ไทย หรือเกาหลี ซึ่งมีข้อดีที่มี 1.2ml ต่อ syringe (มากกว่าเเบรนอื่น 20%)

  • งานวิจัย : เห็นผลลัพธ์ดี ยาวนานถึง 18 เดือน ของเเบรนด์ French
  • ราคาจับต้องได้มากกว่า

เหมาะสําหรับคนที่ อยากดูเเลตัวเองต่อเนื่อง

  1. Smart Layer (Korea + French) program

ใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ฝรั่งเศษ และ เกาหลี ที่นิยมมากในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ไทย หรือเกาหลี 

  • งานวิจัย : เห็นผลลัพธ์ดี ยาวนานถึง 12 เดือน ของเเบรนด์ เกาหลี
  • ราคาจับต้องได้มากที่สุด

เหมาะสําหรับคนที่ต้องการเเก้ไขใบหน้า

ข้อเสียเเบรนด์เกาหลี มีโอกาสบวมหลังทํา มากกว่า Pro Layer* program

 

Share the Post:

Related Posts

Triple Harmony

Triple Harmony คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย) เป็นโปรแกรมใช้สารโบทอกเพื่อลดเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว แบบชั่วคราว โดยเน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัย อยู่ได้นาน และดูเป็นธรรมชาติ อ้างอิงจากงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคนิคและจำนวนยูนิตที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดี ที่คลินิกมีใช้ 2 รุ่น ได้แก่ ทั้งสองรุ่นให้ผลลัพธ์ที่ดี ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว โดยรุ่นจากอเมริกามีจุดเด่นเรื่องงานวิจัยรองรับเพิ่มเติมเกี่ยวกับความกระจ่างใสของผิวบริเวณหน้าผาก

Read More

ทำไมฉีดโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่บางคนดูหน้าเด็กสดใส ในขณะที่บางคนดูหน้าแข็งจนยิ้มไม่ออก?

หลายคนสงสัยว่าทำไมฉีดโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันมาก? ความจริงคือ โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้หน้าแข็งโดยตัวมันเองแต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ “วิธีการประเมินและการวางแผนการฉีด” เป็นหลักค่ะ 1.โครงสร้างกล้ามเนื้อ (Anatomy) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใบหน้าคนเราไม่สมมาตรโดยธรรมชาติทั้งขนาด ความแข็งแรง และการทำงานของกล้ามเนื้อ ความแตกต่างนี้เกิดจาก: บางคนหน้าผากฝั่งหนึ่งทำงานแรงกว่าอีกฝั่งบางคนมีคิ้วตกเล็กน้อยอยู่เดิมบางคนมีโครงหน้าผากที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หากฉีดแบบ “สูตรสำเร็จ”หรือฉีดเฉพาะจุดที่เห็นริ้วรอยโดยไม่ประเมินความสมดุล อาจทำให้: ความเสี่ยงที่ควรทราบ แม้โบท็อกซ์จะมีความปลอดภัยสูงแต่ภาวะที่พบได้ (แม้พบไม่บ่อย)

Read More