ทำไมฉีดโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่บางคนดูหน้าเด็กสดใส ในขณะที่บางคนดูหน้าแข็งจนยิ้มไม่ออก?

หลายคนสงสัยว่า
ทำไมฉีดโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันมาก?

ความจริงคือ โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้หน้าแข็งโดยตัวมันเอง
แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ “วิธีการประเมินและการวางแผนการฉีด” เป็นหลักค่ะ


1.โครงสร้างกล้ามเนื้อ (Anatomy) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ใบหน้าคนเราไม่สมมาตรโดยธรรมชาติ
ทั้งขนาด ความแข็งแรง และการทำงานของกล้ามเนื้อ

ความแตกต่างนี้เกิดจาก:

  • พันธุกรรม
  • อายุ
  • พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อใบหน้า

บางคนหน้าผากฝั่งหนึ่งทำงานแรงกว่าอีกฝั่ง
บางคนมีคิ้วตกเล็กน้อยอยู่เดิม
บางคนมีโครงหน้าผากที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

หากฉีดแบบ “สูตรสำเร็จ”
หรือฉีดเฉพาะจุดที่เห็นริ้วรอยโดยไม่ประเมินความสมดุล

อาจทำให้:

  • ริ้วรอยหายไม่เท่ากัน
  • คิ้วตก
  • สีหน้าดูแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ

ความเสี่ยงที่ควรทราบ

แม้โบท็อกซ์จะมีความปลอดภัยสูง
แต่ภาวะที่พบได้ (แม้พบไม่บ่อย) ได้แก่:

  • คิ้วตก
  • หนังตาตก
  • สีหน้าดูไม่สมดุล

ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับตำแหน่งหรือปริมาณที่ไม่เหมาะสม
และส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองเมื่อยาหมดฤทธิ์


2. การประเมินรายบุคคล ด้วยเทคนิค Triple Harmony 64U

ที่ Relise Clinic หมอจึงต้องประเมินแรงกล้ามเนื้อและ Anatomy อย่างละเอียดเป็นรายเคส
เพื่อออกแบบการวางยาในเทคนิค 64U (มาตรฐานอเมริกา)
ให้เหมาะสมกับความแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัด

แนวคิดของเทคนิคนี้คือการปรับสมดุล 3 จุดหลัก:

  • หน้าผาก
  • หว่างคิ้ว
  • หางตา

ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

เป้าหมายไม่ใช่ “หยุดการขยับทั้งหมด”
แต่คือ “ลดริ้วรอยโดยยังคงการแสดงสีหน้าที่ดูเป็นตัวเอง”

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ:

  • ริ้วรอยลดลงอย่างชัดเจน
  • คิ้วไม่กระดก
  • ยิ้มแล้วตาไม่ปิด
  • ผิวช่วงบนดูเรียบและสะท้อนแสงดีขึ้น

👭 เรื่องเล่าจากงานวิจัย: ฝาแฝด 13 ปี กับผลลัพธ์ที่ต่างกัน

มีรายงานการติดตามผลกรณีศึกษาฝาแฝดคู่หนึ่งที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงกันมาก
แต่มีพฤติกรรมการดูแลผิวแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แฝดคนหนึ่งฉีดโบท็อกซ์บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตาอย่างต่อเนื่อง ปีละ 2–3 ครั้ง
อีกคนฉีดเพียงไม่กี่ครั้งตลอดระยะเวลาเดียวกัน

หลังผ่านไป 13 ปี
พบว่าผู้ที่ฉีดต่อเนื่องมีริ้วรอยถาวรฝังลึกน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

การฉีดอย่างสม่ำเสมอจึงมีบทบาทในเชิง “การชะลอการเกิดริ้วรอยถาวร”

จากการติดตามผลในกรณีดังกล่าว
ไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยา
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล


⏳ ระยะเวลาของผลลัพธ์

โดยทั่วไป งานวิจัยหลายฉบับรายงานว่า
โบท็อกซ์ในเทคนิคมาตรฐานทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน

เทคนิค Triple Harmony 64U เน้นการกระจายตัวยาอย่างสมดุล
ซึ่งในหลายเคสพบว่าสามารถอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน

ทั้งนี้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับ:

  • แรงกล้ามเนื้อ
  • การเผาผลาญของแต่ละบุคคล
  • ปริมาณที่ใช้

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ


💎 ความมั่นใจที่คุณจะได้รับจาก Relise Clinic

เราไม่ได้เน้นเพียงผลลัพธ์ระยะสั้น
แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลระยะยาว

ระบบ “รีไลส์ แคร์ คุณ”

  • นัดติดตามผลหลังทำ
  • ประเมินสมดุลใบหน้าหลังทำ
  • วางแผนการดูแลผิวระยะยาวเฉพาะบุคคล

การรับประกันผลลัพธ์

หากเข้ารับการรักษาตามแผนที่แพทย์วางไว้
และมาประเมินผลตามกำหนด
แต่พบว่าผลลัพธ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ทางคลินิกยินดีพิจารณาเติมซ้ำ 1 ครั้ง
โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด และต้องอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังทำ


สรุป

โบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การฉีดเพื่อลบริ้วรอย
แต่คือการเข้าใจโครงสร้างกล้ามเนื้อของแต่ละคนอย่างละเอียด

ความแตกต่างระหว่าง “ดูสดใส” กับ “ดูแข็ง”
มักอยู่ที่การประเมิน ความสมดุล และเทคนิคการฉีด

หากคุณกำลังพิจารณาการฉีดครั้งแรก
การปรึกษาและประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดค่ะ

Share the Post:

Related Posts

Triple Harmony

Triple Harmony คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย) เป็นโปรแกรมใช้สารโบทอกเพื่อลดเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว แบบชั่วคราว โดยเน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัย อยู่ได้นาน และดูเป็นธรรมชาติ อ้างอิงจากงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคนิคและจำนวนยูนิตที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดี ที่คลินิกมีใช้ 2 รุ่น ได้แก่ ทั้งสองรุ่นให้ผลลัพธ์ที่ดี ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว โดยรุ่นจากอเมริกามีจุดเด่นเรื่องงานวิจัยรองรับเพิ่มเติมเกี่ยวกับความกระจ่างใสของผิวบริเวณหน้าผาก

Read More

เคสยากในคนไข้ 60+ : มุมมองการฟื้นฟูใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยหมอน้ำทิพย์

รีวิวเคสคนไข้จริง: ฟื้นฟูใบหน้าอ่อนล้า แก้ถุงใต้ตา โดยไม่ต้องผ่าตัด เคสนี้เป็นคนไข้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้ามาปรึกษาคุณหมอด้วยความตั้งใจอยากดูแลตัวเองมากขึ้น เนื่องจากรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มมีอายุ ดูเหนื่อยล้า ไม่สดใสเหมือนเดิม โดยเฉพาะปัญหาบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมอย่างเห็นได้ชัด ปัญหาหลักที่คนไข้กังวล จากการซักประวัติ คนไข้แจ้งว่ากังวลเรื่อง ใต้ตาลึกและมีถุงใต้ตา เป็นหลัก และไม่เคยทำหัตถการใด ๆ

Read More